การทำบล็อกนี้ทำขึ้นเพื่อให้ทราบถึงข้อกฎหมายจราจร เมื่อมีการกระทำผิด โดยบุคคลทั่วไปมักจะมีความคิดที่ผิดเกี่ยวกับการจราจร จากข้อมูลที่ได้ไปค้นคว้า เป็นความคิดที่ขัดแย้งกับข้อกฎหมายตาม พรบ.จารจรทางบก
เทคนิคการการเจรจากับตำรวจจราจร (ที่ได้ค้นคว้ามา)
ในกรณีที่ตำรวจจราจรเรียกแล้วไม่ว่า กรณีใดๆ ขอให้ท่านปฎิบัติตัวดังต่อไปนี้
๑. อย่าไปโต้เถียงใดๆทั้งสิ้นและพูดจาให้สุภาพที่สุด
๑. อย่าไปโต้เถียงใดๆทั้งสิ้นและพูดจาให้สุภาพที่สุด
๓. จราจรขอดูใบขับขี่ ห้ามให้ดูเด็ดขาด (คุณอาจจะถ่ายสำเนาใบขับขี่แล้วยี่นให้เขาดูจะดีที่สุด)
๔. ขอให้จราจรเขียนใบสั่งให้คุณเขาจะเพิ่มข้อหาอีกข้อหนึ่งคือไม่มีใบอนุญาติ ขับขี่ ก็ให้เขาเพิ่ม
ข้อหา
๕. เมื่อได้รับใบสั่งมาแล้วคุณจะฉีกทิ้งหรือเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็สุดแท้แต่คุณ
๖. คุณไม่ต้องไปจ่ายค่าปรับตามใบสั่ง
*ประเด็นสำคัญอย่าให้จราจรดูใบขับ ขี่เด็ดขาดเพราะมันจะยึด(วิ่งราวทัพย์)ใบขับขี่คุณไป แล้ว
คุณก็ต้องยอม ไปเสียค่าปรับเพื่อจะเอาใบขับขี่กลับคืน
เมื่อคุณไม่ไปชำระค่า ปรับจะมีผลอย่างไร
๑. ไม่มีผลต่อการเสียภาษีรถยนต์หรือจักรยายนต์ทั้งสิ้นคุณยังไปชำระค่าภาษีได้ ตามปกติ
แม้จราจรจะขู่ว่าจะอายัดทะเบียนก็ตาม
๒. ขนส่งไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่รับต่อภาษีไม่มีสิทธิ์ยึดหน่วงเล่มทะเบียน
๓. การอายัดเล่มทะเบียนมันเป็นข้อตกลงระหว่างตำรวจกับกองทะเบียนไม่ได้เป็นข้อกฎหมาย
ที่จะบังคับ ใช้กับประชาชนได้ดังนั้นขนส่งทุกแห่งจะไม่รับชำระภาษีหรือยึดหน่วงเล่ม ทะเบียนไม่ได้
จากเทคนิคการเจรจากับตำรวจที่ได้กล่าวมาทุกข้อไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง เนื่องจากแต่ละข้อขัดต่อข้อกฏหมายทั้งหมด
จากที่ได้ไปทำการสัมภาษณ์ พ.ต.ต.ปริญญา ทองมา ท่านก็บอกถึงข้อที่ขัดต่อกฏหมายมาอย่างชัดเจนว่า เทคนิคเหล่านี้ไม่ควรใช้โดยเด็ดขาด โดยท่านได้บอกเหตุผลโดยรวมว่า ที่ตำรวจเขียนใบสั่งให้ไปเสียค่าปรับนั้น ก็เพื่อตักเตือนผู้ที่กระทำผิดกฎจราจร เพื่อที่ครั้งต่อไปจะได้ทำตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อตนเองและผู้อื่นนั่นเอง
สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทางตำรวจทุกท่านที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะท่าน พ.ต.ต.ปริญญา ทองมา (สารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก) ที่ให้การสัมภาษณ์ และท่าน จ.ส.ต.จีรพงษ์ศักดิ์ มวลคำลา (สภ.ม.นเรศวร) ที่ให้ภาพประกอบการแสดงบทบาทสมมติ (สถานีตำรวจชุมชน มหาวิทยาลัยนเรศวร) มา ณ ที่นี้ด้วย
ขอบคุณครับ
๕. เมื่อได้รับใบสั่งมาแล้วคุณจะฉีกทิ้งหรือเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็สุดแท้แต่คุณ
๖. คุณไม่ต้องไปจ่ายค่าปรับตามใบสั่ง
*ประเด็นสำคัญอย่าให้จราจรดูใบขับ ขี่เด็ดขาดเพราะมันจะยึด(วิ่งราวทัพย์)ใบขับขี่คุณไป แล้ว
คุณก็ต้องยอม ไปเสียค่าปรับเพื่อจะเอาใบขับขี่กลับคืน
เมื่อคุณไม่ไปชำระค่า ปรับจะมีผลอย่างไร
๑. ไม่มีผลต่อการเสียภาษีรถยนต์หรือจักรยายนต์ทั้งสิ้นคุณยังไปชำระค่าภาษีได้ ตามปกติ
แม้จราจรจะขู่ว่าจะอายัดทะเบียนก็ตาม
๒. ขนส่งไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่รับต่อภาษีไม่มีสิทธิ์ยึดหน่วงเล่มทะเบียน
๓. การอายัดเล่มทะเบียนมันเป็นข้อตกลงระหว่างตำรวจกับกองทะเบียนไม่ได้เป็นข้อกฎหมาย
ที่จะบังคับ ใช้กับประชาชนได้ดังนั้นขนส่งทุกแห่งจะไม่รับชำระภาษีหรือยึดหน่วงเล่ม ทะเบียนไม่ได้
จากเทคนิคการเจรจากับตำรวจที่ได้กล่าวมาทุกข้อไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง เนื่องจากแต่ละข้อขัดต่อข้อกฏหมายทั้งหมด
จากที่ได้ไปทำการสัมภาษณ์ พ.ต.ต.ปริญญา ทองมา ท่านก็บอกถึงข้อที่ขัดต่อกฏหมายมาอย่างชัดเจนว่า เทคนิคเหล่านี้ไม่ควรใช้โดยเด็ดขาด โดยท่านได้บอกเหตุผลโดยรวมว่า ที่ตำรวจเขียนใบสั่งให้ไปเสียค่าปรับนั้น ก็เพื่อตักเตือนผู้ที่กระทำผิดกฎจราจร เพื่อที่ครั้งต่อไปจะได้ทำตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยต่อตนเองและผู้อื่นนั่นเอง
สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทางตำรวจทุกท่านที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะท่าน พ.ต.ต.ปริญญา ทองมา (สารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก) ที่ให้การสัมภาษณ์ และท่าน จ.ส.ต.จีรพงษ์ศักดิ์ มวลคำลา (สภ.ม.นเรศวร) ที่ให้ภาพประกอบการแสดงบทบาทสมมติ (สถานีตำรวจชุมชน มหาวิทยาลัยนเรศวร) มา ณ ที่นี้ด้วย
ขอบคุณครับ
